กิจการ วิทยุกระจายเสียงในประเทศไทย ถือเป็นส่วนสำคัญของประวัติศาสตร์สื่อมวลชนและเป็นเครื่องมือสื่อสารที่ทรงอิทธิพลมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม วิทยุได้เข้ามามีบทบาทในสังคมไทยพร้อมกับการรับเทคโนโลยีโทรคมนาคมจากต่างประเทศ โดยมีจุดเริ่มต้นจากการเป็นสื่อที่ควบคุมโดยรัฐ ก่อนจะค่อย ๆ พัฒนาไปสู่การเป็นสื่อเพื่อความบันเทิงและธุรกิจที่มีความหลากหลายในปัจจุบัน
จุดกำเนิดและการทดลอง (พ.ศ. 2470 – 2473)
การทดลองส่งกระจายเสียงครั้งแรกในประเทศไทยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2471 โดยอยู่ภายใต้การอำนวยการของ กรมไปรษณีย์โทรเลข กระทรวงพาณิชย์และคมนาคม การทดลองนี้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2473 ซึ่งเป็นวันฉัตรมงคลในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 จึงได้มีการประกอบพิธีเปิด สถานีวิทยุกรุงเทพฯ ที่วังพญาไท อย่างเป็นทางการ ถือเป็นสถานีวิทยุกระจายเสียงถาวรแห่งแรกของประเทศไทย และเริ่มออกอากาศด้วยการถ่ายทอดพระราชดำรัสในงานพระราชพิธีฉัตรมงคล นับเป็นจุดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการของกิจการวิทยุในฐานะช่องทางสื่อสารหลักของรัฐบาล
ยุคการผูกขาดและการโฆษณาชวนเชื่อ (พ.ศ. 2473 – 2501)
ในช่วงแรกเริ่ม กิจการวิทยุอยู่ภายใต้การ ผูกขาดโดยรัฐ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารและประกาศของทางราชการ หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2475 วิทยุได้ทวีความสำคัญในฐานะ กระบอกเสียง ในการเผยแพร่แนวคิดการปกครองระบอบประชาธิปไตยให้กับประชาชน
ในปี พ.ศ. 2482 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้โอนกิจการวิทยุจากกรมไปรษณีย์โทรเลขไปขึ้นตรงกับ สำนักงานโฆษณาการ (ซึ่งต่อมาคือกรมประชาสัมพันธ์ในปี พ.ศ. 2495) โดยมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในการใช้สื่อวิทยุเพื่อสร้างความชอบธรรมและเผยแพร่แนวคิดทางการเมืองของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง สงครามโลกครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2484-2488) สื่อวิทยุถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารทั้งของฝ่ายรัฐบาลและกลุ่มเสรีไทย สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของวิทยุในฐานะเครื่องมือทาง ยุทธศาสตร์ และ การโฆษณาชวนเชื่อ ในภาวะวิกฤติ
การเติบโตเชิงธุรกิจและการขยายตัวของสถานี (พ.ศ. 2492 – 2515)
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 กิจการวิทยุกระจายเสียงของไทยเริ่มก้าวเข้าสู่มิติใหม่ เมื่อรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้จัดตั้ง บริษัทไทยโทรทัศน์ จำกัด เพื่อดำเนินการวิทยุเชิงธุรกิจในชื่อ สถานีวิทยุ ท.ท.ท. ซึ่งถือเป็นสถานีวิทยุแห่งแรกที่จดทะเบียนในรูปบริษัท และเป็นสถานีแห่งแรกที่ริเริ่มการออกอากาศใน ระบบ FM ในปี พ.ศ. 2493 นอกจากนี้ การประกาศใช้ พ.ร.บ. การโฆษณากระจายเสียงในปี พ.ศ. 2493 ยังเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่อนุญาตให้ประชาชนสามารถเป็นเจ้าของเครื่องรับวิทยุได้โดยไม่ต้องขออนุญาต และเปิดโอกาสให้ หน่วยงานราชการอื่น โดยเฉพาะหน่วยงานทหาร สามารถจัดตั้งสถานีวิทยุได้
ผลที่ตามมาคือการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของสถานีวิทยุทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยหน่วยงานรัฐยังคงเป็นเจ้าของสถานี แต่เริ่มมีการ เปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาผลิตรายการ ในเชิงพาณิชย์มากขึ้น เช่น รายการเพลง ละครวิทยุ และรายการบันเทิงอื่น ๆ ทำให้เนื้อหาวิทยุมีความหลากหลายและได้รับความนิยมจากประชาชนอย่างแพร่หลาย การขยายเครือข่ายวิทยุอย่างครอบคลุมทั่วประเทศ โดยเฉพาะในยุคจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้เสริมให้วิทยุเป็นเครื่องมือหลักในการสื่อสารกับประชาชนในทุกพื้นที่
ยุคปัจจุบัน: ความหลากหลายและดิจิทัล (พ.ศ. 2525 – ปัจจุบัน)
ตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 2520 เป็นต้นมา กิจการวิทยุในประเทศไทยเข้าสู่ ยุคขยายตัวทางธุรกิจและเสรีภาพวิทยุ มากขึ้น แม้ว่าสถานีวิทยุส่วนใหญ่จะยังคงเป็นของหน่วยงานรัฐ แต่บทบาทของ ผู้ผลิตรายการเอกชน (Producer) และ การโฆษณา ได้เข้ามามีอิทธิพลอย่างมากในการขับเคลื่อนวงการ วิทยุกลายเป็นสื่อที่เน้นเนื้อหา บันเทิง ข่าวสารเฉพาะกลุ่ม และการให้ความรู้ที่เข้าถึงง่าย
ในยุคปัจจุบัน เทคโนโลยี ดิจิทัล และ อินเทอร์เน็ต ได้เข้ามามีบทบาทอย่างมาก ทำให้เกิดวิทยุในรูปแบบใหม่ เช่น วิทยุออนไลน์ (Internet Radio) และ Podcast ซึ่งท้าทายรูปแบบการรับฟังแบบดั้งเดิม อย่างไรก็ตาม วิทยุกระจายเสียงในระบบ AM/FM ก็ยังคงดำรงอยู่และเป็นช่องทางสำคัญในการรับฟังข่าวสารและเพลง โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลและในกลุ่มผู้ฟังที่ใช้เวลาเดินทาง วิทยุในประเทศไทยจึงได้พัฒนาจาก “กระบอกเสียงของรัฐ” สู่ “เพื่อนร่วมทาง” และ “แหล่งรวมความบันเทิง” ที่ยังคงมีความสำคัญในภูมิทัศน์สื่อมวลชนไทยจวบจนวันนี้
